ค้นหา
แยกตามวิธีการรักษา / Coolsculpting
Coolsculpting สลายไขมันด้วยความเย็น คืออะไร ?
การกำจัดไขมันส่วนเกินโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้เทคโนโลยี ความเย็นในการช่วยสลายไขมัน ทำให้คุณมีรูปร่างที่ได้สัดส่วน  

นวัตกรรมที่ช่วยให้คุณรักษารูปร่างโดย ไม่มีบาดแผล ไม่เจ็บ ไม่ต้องพักฟื้น ด้วยการใช้เทคโนโลยีความเย็นกำจักเซลล์ไขมัน โดยไม่ส่งผลต่อเซลล์อื่นๆ ในบริเวณใกล้เคยีง มีความปลอดภัย ได้รับการรับรองจาก FDA สหรัฐอเมริกา หลังการรักษาจะเริ่ม เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นธรรมชาติ อย่างต่อเนื่อง
ความเย็นลดไขมันได้อย่างไร ?
  • ไขมันจำนวนมากจะสะสมในบางบริเวณของร่างกาย แม้แต่การควบคุมอาหารและการออกกำลังกายก็ไม่สามารถลดได้
  • ความเย็นจะทำให้ไขมันใต้ผิวหนังแข็งตัวเป็นผลึก
  • ความเย็นจำเพาะเจาะจงกับเซลล์ไขมันเท่านั้น
  • หลังทำการรักษาไขมันที่แข็งตัวและตกผลึกแล้วจะค่อยๆ ถูกกำจัดออกทางระบบน้ำเหลืองของร่างกายอย่างเป็นธรรมชาติ
  • เซลล์ไขมันที่เหลือจะจัดเรียงตัวใหม่ ทำให้ชั้นไขมันบางลง
  • รูปร่างของคุณได้สัดส่วนในตำแหน่งที่ทำการรักษา
บริเวณที่สามารถทำการรักษาได้
  • หน้าอก
  • เอว
  • หน้าท้อง
  • หลังด้านบน
  • หลังด้านล่าสง
  • ต้นแขนและต้นขาด้านใน
  • ใต้คาง
 
รูปร่างแบบไหนเหมาะที่จะทำ coolsculpting ?
Coolsculpting เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาไขมันส่วนเกินตามจุดต่างๆของร่างกายที่บ่อยครั้งพยายามควบคุมอาหารและออกกำลังกาย แล้วยังมีไขมันสะสมอยู่บริเวณ หน้าท้อง เอว ต้นแขน ต้นขา coolsculpting อาจจะไม่ได้ช่วยลดน้ำหนัก แต่ Coolsculpting ยังเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ไขมันโดยไม่ต้องการผ่าตัด
การทำ Coolsculpting แพงไหม ?
ค่าใช้จ่ายในการทำ Coolsculpting ในแต่ละคนนั้นแตกกันกันออกไป ขึ้นกับบริเวณที่ทำ จำนวนครั้งที่ทำ และเป้าหมายในการลดสัดส่วนของแต่ละคนที่ต่างกันไป แพทย์จะเป็นผู้ประเมินปัญหารูปร่างของคนไข้ และอธิบายถึงผลลัพธ์ที่คาดหวังได้ร่วมกัน
การทำ Coolsculpting แต่ละครั้งใช้เวลานานเท่าไหร่ และต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล ?
ระยะเวลาที่ใช้ในการทำ Coolsculpting ในแต่ละครั้งนั้นขึ้นกับจำนวนบริเวณที่จะทำ โดยปกติจะใช้เวลาอย่างน้อย 35 นาที / 1 บริเวณ (สำหรับหัว Cool Adventage บริเวณ Applicator ซึ่งเดิมใช้เวลา 60 นาที)
ไขมันที่ลดลงนั้นหายไปไหน จะต้องกลับมาทำซ้ำอีกไหม ?
เซลล์ไขมันที่ถูกความเย็นแช่แข็งนั้นจะถูกร่างกายกำจัดโดยเซลล์เม็ดเลือดขาวและจำนวนเซลล์ไขมันลดลงประมาณ 20-25% ต่อการทำ 1 ครั้ง ซึ่งเซลล์ไขมันโดยปกติ จะไม่มีการแบ่งตัวเพิ่ม ในอายุเฉลี่ย 30 ปี ขึ้นไป ดังนั้น หากเราควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การทำ Coolsculpting 1-2 ครั้ง ก็เพียงพอ (ผลลัพธ์ขึ้นกับความพึงพอใจของแต่ละบุคคล)
ความรู้สึกขณะทำเป็นอย่างไร ?
ในช่วง 5-10 นาทีแรกอาจมีอาจมีอาการปวดจากความเย็นบ้างแต่หลังจากนั้นอาการจะค่อยๆหายไป ผู้รับบริการสามารถอ่านหนังสือ ดูโทรทัศน์หรือนอนหลับรอได้อย่างสบายๆ
CoolSculpting ปลอดภัยหรือไม่
CoolSculpting ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาทั้งของอเมริกาและของไทยแล้วว่ามีความปลอดภัยในการนำมาใช้กำจัดไขมันส่วนเกิน และมีการใช้มาแล้วมากกว่าหนึ่งล้านครั้งทั่วโลกอย่างปลอดภัย ระหว่างที่ทำจะมีแพทย์ละผู้ช่วยแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด ดังนั้นไม่ต้องกังวลเรื่องอันตราย
การทำ Coolsculpting แต่มีผลข้างเคียงอะไรหรือไม่ ?
ระหว่างทำอาจรู้สึกไม่สบายตัว จากความเย็นและแรงดูดของเครื่อง อาการหลังทำที่พบได้บ่อยคือ อาการชา มีรอยแดง ระบมหรือคัน รอบๆ บริเวณที่ทำแต่อย่างไรก็ตามอาการดังกล่าวจะค่อยๆดีขึ้นและหายไปภายในระยะเวลา 2-4 สัปดาห์  
หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติเลยหรือไม่ ?
หลังทำ CoolSculpting คุณสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันและออกกำลังกายได้ตามปกติทันที โดยไม่ต้องพักฟื้น หลายๆท่านเดินออกจากคลินิกก็ไปทำงานต่อเลยครับ
ทำ Coolsculpting แล้วจะเห็นผลเมื่อไหร่ ?
คนไข้บางรายที่มาทำ CoolSculpting เริ่มเห็นผลตั้งแต่สัปดาห์ที่ 3 อย่างไรก็ตามโดยปกติแล้วผลลัพธ์ที่ได้จากการทำ CoolSculpting ในแต่ละครั้งจะเห็นชัดเจนหลังจาก 2 เดือนเป็นต้นไป แต่กระบวนการที่ร่างกายของเรากำจัดเซลล์ไขมันที่ถูกแช่แข็งนั้นจะยังดำเนินไปจนถึงเดือนที่ 6 หลังทำ CoolSculpting เลย
ต้องทานอาหารเสริมหรือต้องเข้าโปรแกรมคุมอาหาร ออกกำลังกายหลังจากนี้ไหม ?
ไม่จำเป็นต้องใช้อาหารเสริมใดๆ มาเป็นตัวช่วย และไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารหรือออกกำลังกายใดๆ อย่างไรเซลล์ไขมันที่ถูกความเย็นแช่แข็งก็จะถูกกำจัดออกไปอยู่ดี อย่างไรก็ตามคนไข้หลายคนมีแรงบันดาลใจในการที่จะหันมาดูแลรูปร่างด้วยการคุมอาหารและออกกำลังกายมากขึ้นเพื่อผลลัพธ์ในรูปร่างที่ดีขึ้นไปอีก
ถ้าในอนาคตหลังทำ Coolsculpting ไปแล้ว น้ำหนักขึ้นจะเป็นอย่างไร ?
หลายๆท่านหันมาดูแลตัวเองดีขึ้นหลังจากได้ทำ CoolSculpting ไป แต่อย่างไรก็ตามหากน้ำหนักขึ้น ไขมันที่เพิ่มขึ้นก็จะกระจายอย่างสม่ำเสมอทั่วร่างกายไม่ได้เพิ่มเฉพาะบริเวณที่ทำการรักษาไป เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลว่าเวลาน้ำหนักเพิ่ม รูปร่างของเราจะดูไม่สมส่วน