ค้นหา
Fraxel : เลเซอร์สารพัดนึกในการดูแลความหล่อ ความสวย ;)




สวัสดีค่ะ หมอ Cherry นะคะ ^^ ตั้งหัวข้อแบบนี้เพราะหมออยากให้ทุกคนนึกภาพตามค่ะ ว่าเจ้าเลเซอร์ Fraxel นี้นำมาใช้ประโยชน์อะไรได้บ้างในการดูแลหนุ่มๆสาวๆยุคใหม่ที่ใส่ใจในสุขภาพผิวค่ะ ถ้าให้หมอเล่าถึงประโยชน์ของ Fraxel Laser เอง ขอใช้คำว่า เลเซอร์สารพัดนึก น่าจะเหมาะแล้วค่ะ เพราะอะไรต้องมาดูกันก่อนค่ะว่า   

Fraxel คืออะไร? 


                                

 
Fraxel เป็นเลเซอร์ที่ทำงานโดยปล่อยคลื่นแสงลงไปยังบริเวณใต้ผิวหนังเป็นจุดเล็กๆ ในระดับความลึกของชั้นผิวหนังแต่ละชั้น และสามารถตั้งระดับการรักษาให้ตรงกับตำแหน่งพื้นที่ผิวที่มีปัญหาได้ โดยไม่ใช่การผ่าตัด ไม่ใช่เข็ม ผิวข้างเคียงไม่ถูกทำลาย คลื่นแสงที่เปลี่ยนเป็นความร้อนใต้ผิวหนัง มีผลกระตุ้นการจัดเรียงตัวของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง การผลัดเซลล์ผิว และการสร้างเส้นใยคอลลาเจนลึกประมาณ 1,500 ไมครอน

  

( หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล” ) 


มาถึงตรงนี้อยากอธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้น โดยหมออยากให้ทุกคนนึกถึงภาพลำแสง Fraxel เปรียบเหมือน Laser Pointer ที่เราเห็นเวลา Present งานหรือในห้องเรียนค่ะ และแสงเส้นตรงนี้ผ่านผิวเราลงไปพร้อมกับหมุนลงไปด้วยคล้ายสว่านเล็กๆ แต่ไม่มีเลือดออก เพราะแสงผ่านใต้ผิวแล้วมีปฏิกิริยา Coagulation ซึ่งเป็นคุณสมบัติห้ามเลือดค่ะ

ดังนั้นผลที่นึกภาพตามหมอง่ายๆคือ แสงเจาะรูเล็กๆใต้ผิวเรา ทำให้รูขุมขนละเอียดขึ้น เกิดการสร้างผิวใหม่ที่แข็งแรงขึ้นจากการสร้างเส้นใยคอลลาเจนลึกประมาณ 1,500 ไมครอน แสงที่ผ่านผิวหนังทีละชั้นทำให้สามารถทะลุพังผืดที่เกิดจากการเรียงตัวของผิวที่ไม่เป็นระเบียบบริเวณแผลเป็นเก่า & ช่วยจัดโครงสร้างให้เกิดการเรียงตัวของเส้นใยคอลลาเจนที่เกิดขึ้นใหม่อย่างเป็นระเบียบ พร้อมทั้งผลัดเซลล์ผิวและการกระจายเม็ดสีผิว เรียบเนียนขึ้น

 


                                                
     






เมื่อหลายๆท่านค่อยๆทำความเข้าใจว่า Fraxel คืออะไรได้แล้ว น่าจะเริ่มอ๋อกันบ้างแล้วใช่ไหมคะว่านำ Fraxel มาใช้อะไรได้บ้าง ? 
  • รักษาหลุมสิว แผลเป็น คีลอยด์
  • รอยแผลเป็นจากการแผลผ่าตัด- ลดรอยแตกลาย  
  • ฝ้า กระ จุดด่างดำ หน้าหมองคล้ำ และสภาพผิวที่เสื่อมโทรมตามวัย
  • ริ้วรอยเหี่ยวย่น ผิวหยาบกร้านไม่เรียบเนียน
  • กระชับรูขุมขน ลดรูขุมขนกว้าง ลดหน้ามัน- ขนคุด ใต้วงแขนคล้า
  • ติ่งเนื้อบนผิวหนังอันเนื่องมาจากกาลเวลา
            
 
 

( หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล” ) 


เป็นอย่างไรบ้างคะ พอทราบประโยชน์ของ Fraxel Laser แล้ว สมกับชื่อที่หมอขอตั้งเองว่าเป็น เลเซอร์สารพัดนึก จริงไหมคะ ;) 


( หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล” ) 

    ( หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล” ) 

 

- Fraxel แตกต่างจากเครื่องอื่นๆที่รักษาแผลเป็นอย่างไร ?
ตอบ : Fraxel ได้รับการรับรองจากFDAว่าเป็นเครื่องมือมาตรฐานและเครื่องมือต้นแบบในการรักษาแผลเป็น&หลุมสิว และผ่านการรับรองโดยอย.ไทย เป็นเครื่องแรกในเทคโนโลยีกลุ่ม Fractional Laser เมื่อเทียบกับ technologyในกลุ่ม Fractional laser หรือ Fractional RF อื่นๆ

ต่างกันที่ Fraxel เป็นเพียงเครื่องเดียวที่มีลิขสิทธิ์เฉพาะสำหรับหัวยิงสัมผัสผิวที่ทำการรักษาเป็นแบบRoller tip หรือลูกกลิ้ง โดยสามารถส่งผ่านพลังงานใต้ผิวได้ละเอียดตามชั้นปัญหาผิวหนังที่ต้องการแก้ไข ทำให้ผิวบริเวณที่รักษาฟื้นตัวได้เร็ว ไม่ต้องพักผิวหน้านาน & จะไม่เห็นเป็นตารางหัวยิงบนหน้าหรือผิวบริเวณที่รักษาค่ะ  ส่วนหัว tip ของเครื่อง Fractional Treatment อื่นๆจะเป็นลักษณะเทคนิก Stamping คือต้องวางหัวยิงต่อๆกัน ทำให้หลังทำการรักษามีช่วงต้องพักฟื้นนานกว่า & อาจเห็นเป็นรอยตารางบนหน้าหรือผิวสัมผัสที่ทำการรักษาค่ะ

( หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล” ) 


( ขอบคุณ เครดิตภาพจากคุณแป้ง คนไข้ที่น่ารักของหมอจาก Blog & Fb Page Kirarista และอนุญาตให้แชร์ภาพประกอบการทำ Fraxel ที่ 55th Clinic นะคะ ^^ )

- อีกคำถามที่หมอต้องตอบแทบทุกครั้งที่คนไข้มาปรึกษาค่ะ คือ ทำ Fraxel แล้วผิวจะบางลงหรือไม่ และผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้มีอะไรบ้าง? 

 - ตอบ : สำหรับที่ 55th Clinic หมอจะขอประเมิน & ให้คำแนะนำความถี่-ห่าง ระยะเวลาการรักษาที่เหมาะสม ตามสภาพปัญหาของแต่ละท่านที่มาปรึกษาค่ะ ดังนั้นทุกครั้งสำหรับคนไข้ 55th Clinic จะอยู่ในความดูแลของหมอเสมอค่ะ โดยแต่ละครั้งที่ทำ Fraxel จะมีการกระตุ้นการสร้างเส้นใยคอลลาเจนซึ่งส่งผลให้รูขุมขนกระชับ และผิวแข็งแรงขึ้น ถ้าทำตามคำแนะนำของหมออย่างเคร่งครัด ผิวจะค่อยๆเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆค่ะ  

- ปัญหาหน้าบางขึ้นกับสภาพผิวคนไข้เดิมแต่ละท่าน ซึ่งหลังทำ Fraxel Laser หรือเลเซอร์เกือบทุกชนิด ใช้พลังงานเปลี่ยนเป็นความร้อนกระตุ้นใต้ผิวหนัง

ดังนั้นคำแนะนำคือควรหลบแดดและเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ผิวบริเวณที่ทำไวแสง หรือความร้อนจัด เช่น 
  • การขัดถู / scrub หน้าหรือผิวบริเวณที่ทำ
  • การกรอผิว 
  • การกดสิว, การทา Steroid
  • การอบไอน้ำ/ซาวน่า/โยคะร้อน
  • หากอยู่ในระหว่างการใช้ยารักษาสิว/การใช้ยาปฏิชีวนะควรแจ้งหมอทุกครั้งก่อนค่ะ 

 ( หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล” ) 

 ( หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล” ) 


ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น  มักเกิดจากไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำเบื้องต้น กรณีไม่หลีกเลี่ยงแสงแดด /ความร้อน & การขัดถูผิวหนัง อาทิ เช่น
  • หน้าแดง/ระคายผิว : ส่วนใหญ่ไม่เกิน 1 สัปดาห์หลังทำ
  • หน้าคล้ำขึ้น : มักจะค่อยๆดีขึ้น
  • ผิวแห้ง : มักจะดีขึ้นหลัง 1 สัปดาห์แรก
  • สิว : อาจเกิดกรณีมีประวัติเคยรักษาสิวมาด้วยการใช้ยา / กด-ฉีด สิวมานาน
 
 
 


( หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล” ) 



หมอเองโชคดีที่มีโอกาสได้ใช้ Fraxel Laser ดูแลผิวหน้าตัวเอง คนในครอบครัว ญาติ & เพื่อนๆมาตั้งแต่ปีแรกที่มีการใช้ Fraxel Restore ในประเทศไทย จนถึงปัจจุบันเผลอแป๊บเดียวเป็นเวลามากกว่า 5-6 ปีแล้วค่ะ
ดังนั้นเมื่อ 55th Clinic เปิดให้บริการ  " Fraxel Laser จึงเป็นเลเซอร์เครื่องแรก ที่หมอคิดว่า ไม่มีไม่ได้ค่ะ "  ;)
 
 

 ( หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล” ) 


หากมีข้อสงสัยในใจเกี่ยวกับ Fraxel หรือปัญหาสุขภาพผิวอื่นๆ แวะมาปรึกษาหมอได้ที่ 55th Clinic ทุกเมื่อนะคะ หมอยินดีตอบข้อสงสัยทุกคำถามค่ะ ;)
 
 

 ( หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล” ) 



บทความโดย พญ.สุรัติ อัศวานุชิต ( หมอเชอร์รี่ )แพทย์ผู้ก่อตั้ง 55th Clinic,SilomComplex ชั้น3 โทร.02-2313394

ขอขอบคุณคนไข้เจ้าของภาพทุกท่านที่อนุญาตให้ประชาสัมพันธ์การรักษาที่ 55th Clinic ไว้ ณ ที่นี้ค่ะ
& ขอบคุณภาพ,ข้อมูลประกอบจาก www.fraxel.com และภาพจากอินเตอร์เน็ตค่ะ

ขอขอบคุณรีวิวและคลิปวีดีโอการรักษาจากทีมงาน Thailand Best Beauty ไว้ ณ ที่นี้ค่ะ  

 
 55th clinic ได้รับเกียรติจากคุณเบน ชลาทิศ มอบความไว้วางใจให้คุณหมอเชอร์รี่ดูแลผิวด้วย Fraxel Laser ค่ะ
 

 
   
 
 
ขอบคุณนะคะ ทีม 55th Laser Clinic พร้อมบริการเต็มที่เสมอค่ะ ;)
(ขอบคุณเครดิตภาพน่ารักๆ จากคุฯเบน ชลาทิศนะคะ)

 


 
 Review Fraxel Laser At 55th Laser Clinic เลเซอร์รักษาผิวหน้าให้เรียบเนียน รูขุมขนตื้นขึ้น



สวัสดีค่า วันนี้ก็ถึงเวลาที่เราจะต้องมาดูแลใส่ใจผิวหน้าซักหน่อย ปกติโบว์จะเป็นคนที่มีผิวผสม ก็คือ ผิวมันช่วงทีโซน แต่แห้งช่วงยูโซน จึงทำให้บริเวณทีโซนมีรูขุมขนค่อนข้างกว้างจากหน้ามัน แต่กรอบหน้าจะผิวแห้ง มีริ้วรอยเล็กๆ จึงมองหาเลเซอร์ที่เป็นพวก resurface นั่นคือ การจัดระเบียบผิวหน้าชั้นนอกซะใหม่ ให้เหมือนการผลัดเซลล์ผิวเพื่อให้รูขุมขนดูตื้นขึ้น ผิวหน้าดูฟูขึ้น อะไรแบบนี้ค่ะ

เคยมองๆ พวกเลเซอร์ Fractional laser, E matrix อะไรแบบนี้แต่พอดูหน้าช่วง downtime แล้วแบบ โหย ไม่ไหวจริงๆ มันดูเป็นตารางๆ มาก แต่อันนี้คือน้องสาวแนะนำมาว่าเค้าไปทำมา มันไม่เป็นอะไรเลยนะ เลยแบบ เออน่าสนมาก ก็เลยติดต่อนัดคิวหมอเข้าไปทำเลยแบบไม่ต้องคิดค่ะ เจอกันที่ 55th Laser Clinic!!


และนี่คือหน้าตาของเจ้า Fraxel ของเราค่ะ



Fraxel เป็นเลเซอร์ที่ทำงานโดยปล่อยคลื่นแสงลงไปยังบริเวณใต้ผิวหนังเป็นจุดเล็กๆ ในระดับความลึกของชั้นผิวหนังแต่ละชั้น และสามารถตั้งระดับการรักษาให้ตรงกับตำแหน่งพื้นที่ผิวที่มีปัญหาได้ โดยไม่ใช่การผ่าตัด ไม่ใช่เข็ม ผิวข้างเคียงไม่ถูกทำลาย คลื่นแสงที่เปลี่ยนเป็นความร้อนใต้ผิวหนัง มีผลกระตุ้นการจัดเรียงตัวของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง การผลัดเซลล์ผิว และการสร้างเส้นใยคอลลาเจนลึกประมาณ 1,500 ไมครอน



( หมายเหตุ : “ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล” )

มาถึงตรงนี้อยากอธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้น โดยหมออยากให้ทุกคนนึกถึงภาพลำแสง Fraxel เปรียบเหมือน Laser Pointer ที่เราเห็นเวลา Present งานหรือในห้องเรียนค่ะ และแสงเส้นตรงนี้ผ่านผิวเราลงไปพร้อมกับหมุนลงไปด้วยคล้ายสว่านเล็กๆ แต่ไม่มีเลือดออก เพราะแสงผ่านใต้ผิวแล้วมีปฏิกิริยา Coagulation ซึ่งเป็นคุณสมบัติห้ามเลือดค่ะ

ดังนั้นผลที่นึกภาพตามหมอง่ายๆคือ แสงเจาะรูเล็กๆใต้ผิวเรา ทำให้รูขุมขนละเอียดขึ้น เกิดการสร้างผิวใหม่ที่แข็งแรงขึ้นจากการสร้างเส้นใยคอลลาเจนลึกประมาณ 1,500 ไมครอน แสงที่ผ่านผิวหนังทีละชั้นทำให้สามารถทะลุพังผืดที่เกิดจากการเรียงตัวของผิวที่ไม่เป็นระเบียบบริเวณแผลเป็นเก่า & ช่วยจัดโครงสร้างให้เกิดการเรียงตัวของเส้นใยคอลลาเจนที่เกิดขึ้นใหม่อย่างเป็นระเบียบ พร้อมทั้งผลัดเซลล์ผิวและการกระจายเม็ดสีผิว เรียบเนียนขึ้น

 
 

Fraxel ช่วยเรื่องใดบ้าง
  • รักษาหลุมสิว แผลเป็น คีลอยด์
  • รอยแผลเป็นจากการแผลผ่าตัด- ลดรอยแตกลาย
  • ฝ้า กระ จุดด่างดำ หน้าหมองคล้ำ และสภาพผิวที่เสื่อมโทรมตามวัย
  • ริ้วรอยเหี่ยวย่น ผิวหยาบกร้านไม่เรียบเนียน
  • กระชับรูขุมขน ลดรูขุมขนกว้าง ลดหน้ามัน- ขนคุด ใต้วงแขนคล้า
  • ติ่งเนื้อบนผิวหนังอันเนื่องมาจากกาลเวลา
  • ต่อมไขมันโต สิวเสี้ยน

หลายๆ คน อาจจะชินภาพของคนที่ทำเสร็จแล้วหน้าเป็นตารางๆ เหมือนผ้าก๊อซ ใช่มั๊ยคะ แต่เครื่องนี้จะไม่เป็นแบบนั้นเพราะหัวเลเซอร์เป็นแบบลูกกลิ้ง มันจะทำให้ไม่เป็นตารางๆ ค่ะ และที่นี่ก็ใช้หัวสองขนาด ทั้งใหญ่ในบริเวณกว้าง และขนาดเล็กในที่แคบๆ ที่ต้องการลงรายละเอียด เช่นริ้วรอยใต้ตาเล็กๆก็สามารถทำได้ค่ะ

ไม่รอช้า คลีนหน้า แปะยาชา 40 นาที แล้วก็ลงมือยิงโลด
 

( หมายเหตุ : “ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล” )

สำหรับเรามันไม่เจ็บเลยค่ะ ฟีลตอนยิง มันจะแปล๊บๆๆ เหมือนมีอะไรมาสะกิดๆผิวเท่านั้นเอง คุณหมอตั้งค่าพลังงานที่ระดับ กลาง ให้เราค่ะ


หลังทำทันที หน้าจะแดงๆ ค่ะ
 


( หมายเหตุ : “ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล” )

ทางคลินิกมีการมาส์กเจลให้ช่วยปลอบประโลมผิวหลังทำเลเซอร์ด้วยค่ะ
 


( หมายเหตุ : “ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล” )
เสร็จแล้วค่ะ ตอนเสร็จแล้วขอบอกว่า แสบหน้ามาก ควรพกมาส์กมาด้วยนะคะ ตอนเดินออกมาเจอแอร์ห้างขอบอกว่า แสบหน้าวูบๆ ฮ่า
 


( หมายเหตุ : “ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล” )
 
หลังจากการทำเลเซอร์ คุณหมอแนะนำครีมมาทาสองตัวนี้ คือดีมาก มันทำให้หน้ามีดาวน์ไทม์น้อยลงมาก ฟื้นฟูเร็วขึ้นมาก ไว้จะมารีวิวนะคะ แนะนำสำหรับคนทำเลเซอร์เลยค่ะ ส่วนสกินแคร์ในช่วงที่ฟื้นฟูผิวหน้าใช้ตามนี้ค่ะ จะเน้นเพิ่มความชุ่มชื้นแต่อ่อนโยน
 
 

วันต่อมาหลังทำเลเซอร์ คือ แทบจะไม่มีความผิดปกติใดๆ เลย กรี๊ดดดด ปลื้มมม คือ หน้าจะรู้สึกสากๆ แห้งๆ นิดหน่อย จะดูหมองๆกว่าเดิมหน่อยนึง แต่แค่นั้น ไม่เป็นตารางๆ ค่ะ

 


( หมายเหตุ : “ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล” )
 
15 วันต่อมา ผิวหน้าก็ดูละเอียดขึ้น ฟูขึ้น รูขุมขนดูดีขึ้น
 


( หมายเหตุ : “ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล” )
 
ดูรูปเปรียบเทียบค่ะ
 
 


( หมายเหตุ : “ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล” )

รูขุมขนดูดีขึ้นจริงๆ สำหรับเคสโบว์คุณหมอแนะนำที่ 3-5 ครั้งค่ะ อันนี้พึ่งจะครั้งแรกเท่านั้นเอง ก็รู้สึกว่าผิวหน้าดีขึ้นแล้ว เย้ๆ ดีใจจัง

ที่ชอบที่สุดคือไม่มีดาวน์ไทม์นี่แหละ แต่งหน้าได้ตามปกติ ชอบมากกกก
 


( หมายเหตุ : “ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล” )
 
สรุปว่า ไม่ผิดหวังค่ะ คลินิกนี้ไปทีไร ก็ไม่มีผิดหวัง ใครสนใจ Fraxel ก็ลองติดต่อที่คลินิกได้เลยค่า

ส่วนของโบว์ เดี๋ยวหลังการทำครั้งที่ 2-3 แล้วจะมารีวิวเพิ่มให้อีกครั้งค่ะ



( หมายเหตุ : “ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล” )



(หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”) 

สวัสดีค่ะ หมอเชอร์รี่นะคะ หมอตั้งใจเขียนบทความนี้ขึ้นมา ชวนทุกๆคนที่รักสุขภาพผิว มาเตรียมผิวสู้อากาศร้อนกันค่ะ
 

มาดูกันค่ะ ว่าเวลาหน้าร้อนแบบนี้ เรากลัวปัญหาอะไรกันบ้าง ?

1. หน้าดำ กระ ฝ้า : มีใครไม่กลัวแดดกันบ้างไหมคะ? ยกมือขึ้น วิธีเตรียมตัวง่ายที่สุดคือ อย่างที่เราทราบกันนะคะ - ใส่หมวกปีกกว้าง ,กางร่ม, ทาครีมกันแดด ( สำหรับการเลือกครีมกันแดดอย่างไร? .. หมอได้เขียนไว้ในบทความถัดไปแล้วค่ะ )
  • สำหรับท่านที่ถามว่า มีวิธีไหน หรือตัวช่วยบ้างไหม ? ที่อยากให้หน้าใส ลดผิวหมองคล้ำ เตรียมพร้อมสู้แดด
  • ถ้าถามมาแบบนี้ ก็ต้องตอบว่า บำรุงผิวโดยเริ่มจากดูแลตัวเองในชีวิตประจำวันก่อน เป็นการดีที่สุดค่ะ เริ่มตั้งแต่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพผิวตัวเองทุกวัน ทั้งกลุ่มทำความสะอาดผิว Makeup Cleansing , เจลหรือโฟมล้างหน้า, ครีมบำรุง
  • ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องเบื้องต้นที่ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้วค่ะ แต่ทั้งนี้กรณีเร่งด่วน แบบว่า เราเรียน/ทำงานหนักมาตลอด ไม่ค่อยมีเวลาจะดูแลอย่างดีมาทุกวันนี่นา
.. แต่อยากไปเที่ยวช่วงวันหยุดยาว แบบหน้าใส ไม่โทรมกับเค้าบ้าง ... ก็พอจะมีตัวช่วยบ้างค่ะ

ถามว่าเลือกตัวช่วยยังไงดี? พอถึงตรงนี้ ต้องขอเล่าถึงเครื่องมือแบบที่อธิบายหลักการของแต่ละเครื่องเข้าไปด้วยนะคะ ส่วนตัดสินใจจะทำแบบไหนขึ้นกับสภาพผิวและเวลาที่สามารถมาดูแลได้ของแต่ละคนด้วยค่ะ

มาดูกันค่ะ ว่ามีตัวช่วยอะไรบ้าง? ขออนุญาตเล่าแต่วิธี/เครื่องมือที่ 55th Clinic มีไว้ดูแลคนไข้นะคะ ;)

1.1 ) Infusion : เป็นการบำรุงผิวด้วยการผลักวิตามินผ่านกระบวนการที่เราเรียกทางการแพทย์ว่า Electroporation หรือถ้าอธิบายให้เห็นภาพ ทางบริษัทจากอเมริกาผู้ผลิตใช้คำว่า Meso-No needles ค่ะ

คือ เหมือนการเติมวิตามิน/สารอาหารให้ผิว โดยไม่ต้องใช้เข็ม และมีการทำวิจัยเทียบกับ Iontophoresis ว่าลงถึงระดับเซลล์ผิวได้มากกว่าวิธีดังกล่าวประมาณ 10 เท่า ดังนั้น Infusion จึงเหมาะกับผู้ที่อยากให้หน้าชุ่มชื้น ผิวดูกระจ่างขาวใสขึ้น ในช่วงเวลาจำกัดค่ะ โดยการทำ Infusion ใช้เวลา 1 ครั้งประมาณ 15-30 นาที ขึ้นกับสภาพผิวแต่ละคน ถ้าถามความเห็นส่วนตัว หมอว่า เป็นวิธีที่สะดวกค่ะ นอกจากได้นอนพักนวดหน้า แล้วยังตื่นขึ้นมาหน้าดูมีน้ำมีนวลขึ้น ;) เหมาะไว้เป็นทางเลือกสำหรับคนที่มีเวลาพักผ่อนน้อย แต่ต้องการกอบกู้ผิวให้ชุ่มชื้นค่ะ

(หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”) 

1.2) Gentleyag Laser : เลเซอร์จากอเมริกาที่ทำได้ทุกสีผิว และทุกสภาพผิวค่ะ เนื่องจากเป็นเลเซอร์เย็น ; ที่เรียกแบบนี้เพราะเจ้าเลเซอร์ Gentleyag มีระบบ Cryogen เป็นไอเย็นปล่อยผ่านผิวชั้นบน พร้อมไปกับเวลาที่ยิงเลเซอร์เพื่อปกป้องผิวไม่ให้ไหม้จากแสงที่เปลี่ยนเป็นความร้อนใต้ผิวค่ะ

Gentleyag Laser เป็นเลเซอร์ในกลุ่ม Long Pulse NdYag 1064 nm ลงลึกถึงชั้น Dermis ใต้ผิวหนัง จึงทำให้เกิดการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพิ่มขึ้น ผิวยกกระชับขึ้นด้วยค่ะ

(หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”) 
 
นอกจากนี้ Gentleyag Laser ผ่านช่วงที่มี Oxyhemogoblin ทั้งชั้นเม็ดเลือดแดง และเม็ดสีเมลานิน รวมถึงเส้นเลือด เมื่อแสงจากเลเซอร์มีปารดูดซับเม็ดสี จึงช่วยปรับสีผิวให้เรียบเนียน ลดจุดด่างดำ และยังนำมาใช้ลดเส้นเลือดฝอยได้ ทำให้ลดอาการแดงจากเส้นเลือดหรือผื่นแพ้ได้ด้วยค่ะ

อีกทั้งความยาวคลื่น 1064 nm ของ Gentleyag Laser ลงที่รากขน และรูขุมขน จึงทำให้นำมาใช้กำจัดขน กระชับรูขุมขน และลดสิวเสี้ยน ซึ่งเกิดจากการกระจุกกันของเส้นขนขนาดเล็กอยู่ในรูขุมขนได้ด้วยค่ะ

สำหรับผู้ที่มีปัญหาใต้ตาคล้ำจากปัญหาเส้นเลือดฝอยบริเวณใต้ตา จึงสามารถนำ Gentleyag Laser มาลดปัญหานี้ได้ และช่วยลดริ้วรอยจากการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนไปพร้อมกันด้วยค่ะ

ผลที่คาดหวังจากการทำเลเซอร์ Gentleyag เท่าที่ลองกับตัวหมอเองและติดตามจากคนไข้จะรู้สึกคล้ายๆกันคือ ในวันถัดไปรู้สึกได้ว่า หน้านุ่ม เรียบเนียนขึ้น ด้วยความที่เป็นผู้หญิงและทางแป้ง จะรู้สึกว่าแป้งเนียนติดหน้ามากขึ้นค่ะ (ความรู้สึกส่วนตัวนะคะ)

1.3) Peeling เป็นการผลัดเซลล์ผิว ซึ่งขึ้นกับสารประกอบที่เราเล่อกใช้ในการทำ Peeling แต่ละครั้งค่ะ
โดยปกติผิวเราจะมีการผลัดเซลล์ผิวเฉลี่ยทุก 28 วัน ดังนั้นการที่เราเลือกทำ Peeling คือ ต้องการให้ผลการผลัดเซลล์ผิวเร็วขึ้น

สารประกอบในน้ำยา Peeling ปัจจุบัน มีให้เลือกใช้หลากหลายชนิดค่ะ มีทั้งผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวลอกมาก ลดความมัน และทำให้หัวสิวแห้งไปด้วย หรือยังมีผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบจำพวก Whitening agent ที่ใช้ปรับสีผิว ลดจุดด่างดำ เช่น วิตามินซี, Kojic , Arbutin , etc.

ดังนั้นผู้ที่เหมาะกับ Peeling ควรจะต้องผิวไม่แห้งมาก มีการบำรุงเตรียมผิวมาก่อนบ้าง หากมีแพลนจะไปทริปที่เลี่ยงแดดไม่ได้ ก็ยังไม่ควรทำนะคะ หรือควรปรึกษาแพทย์ประเมินจากสภาพผิวของท่านก่อนค่ะ

1.4) Fraxel ใช้หลักการ Fractional Laser ขออธิบายแบบภาษาง่ายๆค่ะ ว่าเปรียบเสมือนลำแสงที่หมุนผ่านผิวแต่ละชั้นของเรา ตั้งแต่ผิวหนังชั้นบน ( หนังกำพร้า/ชั้นขี้ไคล ) ผ่านลงไปถึงชั้นหนังแท้ ( Dermis ) และเจาะรูเล็กๆขนาดเป็นไมครอนใต้ผิวแต่ละชั้น โดยไม่มีเลือดออกบนผิวเนื่องจากแสงมีขบวนการ Coagulation ที่ห้ามเลือดในผิวเราไปในตัวค่ะ

(หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”) 

ถ้าลองนึกภาพตามที่หมออธิบายมานี้ ก็จะพอได้ไอเดียค่ะว่า Fraxel จึงนำมาช่วยแก้ปัญหาผิวได้หลายเรื่องเลย ทั้ง :-
  • ฝ้า กระ จุดด่างดำ หน้าหมองคล้ำ
  • ริ้วรอย ผิวไม่เรียบเนียน
  • แผลเป็น รักษาหลุมสิว แผลผ่าตัด
  • กระชับรูขุมขน ลดหน้ามัน
  • ต่อมไขมันโต สิวเสี้ยน
  • ขนคุด ใต้วงแขนคล้ำ
  • ลดรอยแตกลาย
เนื่องจากลำแสงเลเซอร์ Fraxel ผ่านผิวแต่ละชั้น และจะทำให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวชั้นบนด้วย ดังนั้นผู้ที่ต้องการทำ Fraxel หมอแนะนำว่า ควรมีการบำรุงและดูแลผิว ให้ไม่แห้งมากก่อนมาทำค่ะ และหากจะต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งควรงดไปก่อนนะคะ ถ้ามีแพลนที่เลี่ยงไม่ได้แนะนำว่า ให้เลือกวันทำ 2 สัปดาห์+/- ทั้งก่อนและหลังที่จะมีกิจกรรมกลางแจ้ง หรือมีงานสำคัญค่ะ เพื่อที่จะหน้าใสทั้งทีจะได้ไม่มีคนผิดสังเกตว่า เราแอบไปทำอะไรมาค่ะ

การทำ Fraxel เจ็บไหม? รู้สึกอย่างไร? ต้องดูแลอะไรพิเศษไหม? เมื่อไรเห็นผล?
มาถึงตรงนี้หมอขอตอบจากประสบการณ์ส่วนตัวที่หมอได้ทำ Fraxel ไปนะคะ อาจจะแตกต่างจากบางท่าน ทั้งนี้ขึ้นกับสภาพผิวแต่ละท่านด้วยค่ะ

การทำ Fraxel เจ็บไหม?
มีการทายาชาก่อนทำ Fraxel 30 นาที จึงไม่ต้องกังวลเรื่องความเจ็บค่ะ

การทำ Fraxel รู้สึกอย่างไร?
- ขณะทำจะมีการเป่าลมเย็นช่วยให้ผิวสบายขึ้น และลดความร้อนจากแสงสะสมใต้ผิว อาจมีอาการร้อนวูบวาบ หรือรู้สึกแสบผิวขณะทำถึงหลังทำประมาณ 2-3 ชม.แรกค่ะ
- หลังจากนั้นแต่ละท่านอาจจะรู้สึกต่างกันค่ะ เนื่องจากปกติหมอค่อนข้างผิวแห้งและเป็นภูมิแพ้ ทุกครั้งที่ทำ Fraxel ผิวจะแดงนานประมาณ 3-7 วันขึ้นกับค่าพลังงานที่ปรับ แต่เมื่อจับผิวจะรู้สึกสากๆหน้า 3-5 วันแรกค่ะ

การทำ Fraxel ต้องดูแลอะไรพิเศษไหม?
- ควรระคายผิวให้น้อยที่สุด
- แนะนำว่า งดล้างหน้า งดแต่งหน้าประมาณ 12-24 ชม.หลังทำ
- และควรบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นหลังทำโดยเฉพาะ 1-2 สัปดาห์หลังทำ Fraxel
- เลี่ยงแดด ทาครีมกันแดด Spf 50 ขึ้นไปเป็นประจำ
- สามารถแต่งหน้าได้ในวันรุ่งขึ้น 12-24 ชม.หลังจากทำ Fraxel
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง ความร้อน หรือการกระตุ้นเหงื่อ เพื่อไม่ให้ผิวระคายเคืองง่าย

การทำ Fraxel เมื่อไรเห็นผล?
- ประมาณ 2-4 สัปดาห์หลังทำจะเริ่มสังเกตได้ว่า หน้าขาวกระจ่างใสขึ้น ผิวเรียบเนียนขึ้น รูขุมขนกระชับขึ้น

*ทั้งนี้ขึ้นกับสภาพปัญหาผิวแต่ละท่านค่ะ โดยเฉลี่ยหลังการทำ Fraxel แต่ละครั้งช่วยแก้ปัญหาให้ดีขึ้นประมาณ 10-30%ค่ะ

2. หน้ามัน สิวขึ้นง่าย รูขุมขนกว้าง
ปัญหาหน้ามันอาจจะเป็นปัญหาหนักใจของใครหลายคน ไม่ใช่แค่หน้าร้อน สำหรับบ้านเรา จริงไหมคะ?
วิธีแก้ที่หมอลองรวบรวมจากการถามคนไข้นะคะ

2.1) กระดาษซับมัน
ถามว่า ใช้ได้ค่ะ แต่อาจแก้ปัญหาได้เป็นครั้งคราวนะคะ

2.2) เวชสำอางค์หรือผลิตภัณฑ์ที่มี Silicone เป็นส่วนประกอบ
การใช้ผลิตภัณฑ์จำพวก Silocone base ซับความมัน หรือให้ความรู้สึกว่า ผิวแห้งขึ้นบริเวณที่ทาเป็นครั้งคราวเช่นกันค่ะ แต่สารดังกล่างนี้จะไม่ได้ลงไปช่วยลดน้ำมันใต้ผิวนะคะ

2.3) การใช้กรดผลไม้
กรดผลไม้อยู่ในประเภทสารผลัดผิว ช่วยลดความมันบนใบหน้าได้ค่ะ แต่การใช้กรดผลไม้เป็นประจำ มีความเสี่ยงเช่นกันที่ทำให้ผิวบางจากการผลัดผิว และแพ้กรดผลไม้ ทำให้ระคายเคืองผิว อย่างไรก่อนจะเลือกใช้สารจำพวกกรดผลไม้ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนนะคะ

2.4) การใช้ยากลุ่มกรดวิตามินเอ
เป็นยาที่ลดการทำงานของต่อมไขมัน ช่วยลดหน้ามันได้ค่ะ แต่เมื่อมีการใช้ยา ก็มีความเสี่ยงจากผลข้างเคียงของการใช้ยา ดังนี้ค่ะ :-
  • สะสมที่ตับ ทำให้การทำงานของตับผิดปกติได้
  • ไม่สามารถใช้ในสตรีตั้งครรภ์ เนื่องจากมีผลกับการสร้างอวัยวะของเด็กในครรภ์
  • อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด ฉุนเฉียว ซึมเศร้า จากยา
  • สารคัดหลั่งและผิวแห้ง เช่น ตาแห้ง ปากแห้ง
  • มีผลข้างเคียงกับยาปฏิชีวนะบางชนิด
2.5 ) เลเซอร์ Smoothbeam
หมอขอกล่าวถึงเฉพาะเลเซอร์นี้ เนื่องจากประสบการณ์ตรงกับการใช้ Smoothbeam ดูแลคนใกล้ตัว ญาติ และเพื่อนๆแล้วได้ผลดีนะคะ ;)

(หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”) 

หมอขอใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ในการอธิบายถึง Smoothbeam Laser ว่าทำงานอย่างไรค่ะ?
Smoothbeam Laser เป็นแสงที่ลงไปมีผลกับ Sebaceous Gland หรือต่อมไขมันใต้ผิวในชั้น Dermis ค่ะ ทำให้การทำงานของต่อมไขมันลดลงโดยขณะที่ทำ Smoothbeam Laser จะมีการปล่อยความเย็น Cryogen Spray ลงไปพร้อมกับลำแสง เพื่อไม่ให้มีการไหม้ผิว และไม่แสบร้อนผิวขณะทำ
ดังนั้นการทำ Smoothbeam Laser จึงไม่มีเลือดออก ไม่มีแผล ไม่มีรูเปิดของผิว

Smoothbeam นำมาลดหน้ามัน? รักษาสิวได้อย่างไร?
Smoothbeam Laser ทำงานโเยทำให้น้ำมันในต่อมไขมันค่อยๆแห้ง และลดการอักเสบของต่อมไขมัน อีกทั้งลำแสง Smoothbeam Laser ลงไปกระตุ้นการหดตัวของคอลลาเจนใต้ผิวหนังในชั้น Dermis จึงเป็นการช่วยป้องกันรอยยุบตัว รอยบุ๋มจากสิว ด้วยค่ะ
เมื่อทำ Smoothbeam laser ต่อเนื่อง คนไข้จึงรู้สึกได้ว่า สิวยุบตัวลง เม็ดเล็กลง อักเสบน้อยลง จนไม่ขึ้นใหม่ และผลพลอยได้ที่เจ้าตัวจะรู้สึกได้คือ หน้ามันน้อยลง รูขุมขนกระชับขึ้น ผิวเรียบเนียนขึ้น จากการที่มีการกระตุ้นการหดตัวของคอลลาเจนใต้ผิวค่ะ ;)
มาถึงตรงนี้ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่อ่านบทความที่ค่อนข้างยาวนี้ เอาเป็นว่า หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลผิวพรรณเรื่องไหนที่ข้องใจ สามารถแวะมาปรึกษาหมอที่ 55th Clinic, Silom Complex ได้ตลอดนะคะ
หมอและคุณหมอทุกท่าน รวมทั้งน้องๆผู้ช่วยแพทย์ที่นี่ ยินดีให้คำปรึกษาและดูแลทุกท่านเสมอค่ะ ;)

: เรียบเรียงบทความโดย พญ.สุรัติ อัศวานุชิต ( หมอCherry )
แพทย์ผู้บริหาร 55th Clinic, Silom Complex